
การดูเวทนาอย่างเดียวด้วยสติต่อเนื่องแบบสบายๆ เมื่อสติอยู่ที่ไหนจิตจะอยู่ที่นั่น เมื่อสติต่อเนื่องอยู่ตรงนั้น จิตก็จะต่อเนื่องอยู่ตรงนั้น และเมื่อพยายามสั่งสมประคองความต่อเนื่องให้มากเข้าด้วยสติ จิตก็จะต่อเนื่องตรงนั้น แล้วเมื่อถึงความถูกส่วน สมส่วน หรือสมบูรณ์ ก็จะเกิดเป็นสมาธิคือความตั้งมั่นของสติและจิต ถ้าเราประคองความตั้งมั่นของสติและจิตนี้นต่อไปอยู่อย่างนั้นอย่างต่อเนื่อง ก็จะเกิดการเพ่งที่เรียกว่าฌาน ถ้าประคองต่อไปก็จะเกิดเป็นฌานที่สูงขึ้นตามลำดับ ซึ่งเริ่มตั้งแต่รูปฌาณ4 มีฌาณ1 2 3 4 ตามลำดับ และอรูปฌาณ4 มี อากาสานัญจายตนะฌาน วิญญานัญจายตนะ อากิญจัญจายตนะ เนวาสัญญานาสัญญายตนะ
ในเวทนานั้นคือความรู้สึก ถ้าเราใช้สติจับดูที่ความรู้สึกอย่างเรื่อยๆสบายๆ จิตก็จะอยู่ที่ความรู้สึกที่ต่อเนื่องสบายๆ สติที่ไม่ได้เพ่งเล็งหรือสะกดบังคับจะเป็นแบบสบายๆ ถ้าปล่อยสติเกินไปก็จะเผลอเลอไปทางอื่น ไม่ใช่งานที่กำลังทำคือกำลังกำหนดอยู่กับความรู้สึก เมื่อมีสติระลึกได้ว่าเผลอไปทางอื่น ก็ให้ดึงสติกลับมาที่ความรู้สึกแล้วกำหนดต่อ เมื่อพยายามกำหนดต่อเนื่องจะถึงความถูกส่วนได้ระดับคือได้อารมณ์ จิตจะเข้ารวมกับความรู้สึกจนเห็นความรู้สึกเกิดดับที่คมชัด เราประคองอารมณ์และความเกิดดับให้ต่อเนื่อง ความเกิดดับที่คมชัดโดยเฉพาะตัวจิตที่เข้ารวมอยู่ด้วยกับความรู้สึกที่คมชัด ความรู้สึกจะเข้าไปคุ้ยเขี่ยกิเลส บาป กรรม ที่นอนเนื่องอยู่ในจิตให้ฟุ้งขึ้น ความรู้สึกเกิดดับที่คมชัดจะทำหน้าที่ประหาร โดยค่อยๆประหารไปเรียกตทังคประหาร[ประหารไปชั่วขณะ]
เมื่อประคองดูความรู้สึกเกิดดับที่จิตเข้าไปรวมอยู่ด้วยจนชัดเจน ประคองดูไปเรื่อยๆ ความยินดียินร้ายในสิ่งเหล่านั้นก็จะหมดไปเรื่อยๆจนถึงขั้นประหารเด็ดขาด ความเร็วหรือช้าทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับบารมีที่เคยสั่งสมอบรมมาแต่อดีตด้วย
การดูเวทนาในเวทนานั้น
มีหลักการพิจารณาว่า เวทนาจะเกิดก็ต่อเมื่อมีการสัมผัส
รูปสัมผัสตา
เสียงสัมผัสหู
กลิ่นสัมผัสจมูก
รสสัมผัสลิ้น
เย็นร้อนอ่อนแข็งสัมผัสกาย
ธรรมารมณ์สัมผัสใจ
เมื่ออายตนะภายนอกคือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ มาสัมผัส ตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ ทำให้เกิดเวทนา
จากการปฏิบัติ เมื่อมีการกระทบกัน ถ้าเรากำหนดดูที่ทวารต่างๆคือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ที่บริเวณจุดสัมผัส ผู้ที่เจริญหนักทางสมาธิจะเกิดความนิ่งเฉย ผู้เจริญวิปัสสนาล้วน จะเห็นความเกิดดับของความรู้สึกหรือความเกิดดับของวิญญาณที่ออกมารับรู้ที่ทวารนั้นๆ สิ่งที่จะนำไปปรุงแต่งก็ดับเสียก่อนตรงนั้น แต่ถ้าปล่อยให้วิญญาณตามทวารต่างๆนำเรื่องเข้าไปสู่ส่วนของจิตใจหรือกระทบใจ โดยเฉพาะที่กลางทรวงอก จะเกิดอาการเหมือนใจเต้น มากน้อยขึ้นอยู่กับความรุรแรงของเรื่องที่รับ ให้ดูอาการคล้ายใจเต้นจนเข้าสู่การเกิดดับของจิตใจ สำรอก ประหารกิเลส แล้วปล่อยออกทางมโนทวารอยู่ที่หัวคิ้วทั้ง2หรือระหว่างกลางระหว่างหัวคิ้ว ส่วนเหนือหัวคิ้วนิดหน่อย
การดูเวทนาในเวทนาในท่ายืน: ตั้งสติกำหนดดูความรู้สึกใต้ฝ่าเท้า ถ้าสังเกตุไม่ได้ให้ตั้งสติดูความรู้สึกเจ็บใต้ฝ่าเท้าไปก่อน
การดูเวทนาในเวทนาในท่านั่ง: ตั้งสติดูความรู้สึกที่ก้นสัมผัสกับพื้น อาจมีความรู้สึกวูบๆ หรืออาการคล้ายเลือดฉีดน้อยๆหรือส่วนที่แนบพื้นมีอาการคล้ายเป็นเหน็บชา ให้เอาสติเกาะที่นั่นไปเรื่อยๆ
การดูเวทนาในเวทนาในท่านอน: จะนอนตะแคงหรือนอนหงาย ให้สังเกตดูที่เนื้อสัมผัสกับพื้น ถ้ามีความรู้สึกวูบๆส่วนไหนให้สังเกตุส่วนนั้นให้ต่อเนื่อง



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น