วันพุธที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ธรรมะประกอบด้วยกายและจิตใจ


ธรรมชาติในโลกประกอบด้วย
รูปธรรม นามธรรม สัตว์ยกตัวอย่างเช่นคน มีกายและจิตใจ เป็นรูปธรรมและนามธรรม ขึ้นชื่อว่าธรรม ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นหัวหน้ามีใจเป็นใหญ่ ผู้มีปัญญาพึงรักษาจิตหรือจิตใจ เมื่อเรารักษาจิตใจไว้เราก็สามารถยึดครองหรือรักษาความเป็นหัวหน้าได้ กายต้องการอาหารเพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ แต่ใจก็ต้องการอาหารเช่นกัน ไม่ว่ากายและใจย่อมมีความสำคัญสำหรับความเป็นคน แต่อย่างไรก็ช่างใจก็ยังคงเป็นหัวหน้าอยู่ดี กายนั้นจะทำดีชั่วก็อยู่ที่การตัดสินใจก่อน ดังนั้นจึงควรรักษาใจตนเองนั้นให้ดี เพื่อเอามาใช้กระทำในสิ่งที่ดีๆให้กับตนเองและผู้อื่น ไม่ว่าเราจะอยู่กับสภาพที่ตามอารมณ์หรือฝืนอารมณ์ก็ตาม สิ่งที่ดีที่สุดที่เหมาะว่าเราควรจะตัดสินใจทำอะไร นั่นก็คือความเป็นธรรมหรือธรรมะ ธรรมะที่ใช้ในการตัดสินใจที่ดีที่สุดก็คือสติ สัมปชัญญะ เราควรฝึกใจของเราให้มีสติ สัมปชัญญะให้มากๆ จากสติจนกลายเป็นมหาสติ จนมีมากพอหรือถึงขั้นถาวรแล้วรักษาใจของเราได้โดยอัตโนมัติ เหมือนคนมีเงินมากพอจะไม่กังวลที่จะมีค่าใช้จ่ายประจำวัน ประจำเดือนหรือปี จากสภาพที่มีเงินมากพอที่จะทำให้ชีวิตประจำวันไม่ขัดสนกังวลว่าจะมีใช้มีกินหรือไม่ เราก็ควรจะเจริญตัวสติ สัมปชัญญะไว้เนืองๆไม่ประมาท เพื่อใช้เป็นตัวควบคุมหลักการในการตัดสินใจที่จะดำรงค์ชีวิตแบบไม่ล้มเหลวและไม่ขัดสน ดังนั้นถ้าเรามีสติ สัมปชัญญะที่เต็มเปี่ยมอยู่เสมอ จิตใจของเราก็ถูกรักษาไว้ได้ กายของเราเป็นบ่าวอยู่แล้ว ย่อมอยู่ในอำนาจของใจของเรา เราไม่ควรจะเอาใจของเราตกไปเป็นข้าทาสของกิเลสตัณหา แต่ถ้าเราจำต้องอยู่กับกิเลสตัณหาบ้าง เราก็ควรมีสติ สัมปชัญญะคุ้มครองดูแล แล้วใช้เปรียบเทียบกับเหตุผลที่ปรากฏภายหลังจากที่ระหว่างเรารักษาใจไว้ได้กับระหว่างทำตามกิเลส ว่าเราจะเลือกอะไรของผลทั้งสองอย่างที่เปรียบเทียบ ใช่เราอยู่กับโลกเราต้องการวัตถุ แต่แน่ละพระพุทธองค์สอนให้ขยันหมั่นเพียรที่จะทำงาน อาชีพ ไม่ได้สั่งสอนให้เกียจคร้าน ท่านจึงไม่ปฏิเสธวัตถุเลย แต่กลับสอนให้ขยันทำมาหากินอย่างซื่อสัตย์ เพื่อให้ได้วัตถุมาด้วยความบริสุทธิ์ อันจะมีผลที่จะได้ไม่ร้อนใจในภายหลังเลย
พุทธศาสนามิได้สอนให้คนหนีเข้าป่าในแบบฉบับที่มีการทรมานตนเอง แต่การเข้าป่าเพื่อสละ ละ วางวัตถุภายนอกที่เป็นภาระไว้ก่อน เพื่อจะได้ทำจิตใจ รักษาจิตใจได้สะดวกเต็มที่ ไม่ต้องมีวัตถุมากเพื่อมาเป็นภาระหน่วง และก็ไม่ได้สอนให้ผู้ที่เป็นนักบวชเอาแต่มุ่งสร้างสมกองกิเลสทำให้มีภาระมากและเป็นอุปสรรคต่อการมุ่งสู่นิพพาน ทำให้เกิดการเนิ่นช้าต่อการบรรลุ มรรค ผล นิพพาน เครื่องที่จะตัดสินเราได้ดีที่สุดว่าจะแบ่งการดูแลกายและจิตใจ เพื่อการดำเนินชีวิตให้พ้นทุกข์ มีสุข แล้วสู่นิพพาน นั่นคือ สติ สัมปชัญญะ แล้วต้องหมั่นเจริญให้ตรง คม ชัด มากๆจนเป็นมหาสติ กลับมาคุ้มครองเราจนถึงนิพพาน
ขอความสุขที่จะมีมาถึงในวาระนี้ จงมาถึงแก่ทุกท่านเทอญ
อนาลโย ภิกขุ

ไม่มีความคิดเห็น: